Tel. 097-9537068

Essentir Perfume – รู้ลึกเรื่องน้ำหอม! พร้อมทริคเลือกกลิ่นให้เหมาะกับโอกาส
Top notes, Middle notes และ Base notes ของน้ำหอมคืออะไร ? ต่างกันยังไง ?
เวลาเลือกซื้อน้ำหอมหลายๆคน คงเคยได้ยินคำว่า Top note , Middle note , Base note กันมาบ้าง เวลาที่เราไปเลือกซื้อน้ำหอมนั้น พนักงานขายมักจะแนะนำและอธิบายเกี่ยวกับกลิ่นของน้ำหอมให้เราฟัง ซึ่งหลายคนก็อาจจะยังสับสนอยู่ว่าทั้งสามอย่างมีความแตกต่างกันอย่างไรวันนี้แอดมิน Essentir จะพาทุกคนมาทำความรู้จักกับ 3 โน้ตหลักๆของน้ำหอม และความแตกต่างกันของแต่ละชนิดมาฝากกันค่ะ
Top note หรือ Opening note

กลิ่นที่เราสามารถรับได้เป็นกลิ่นแรกๆ หรือสัมผัสแรกทันทีหลังจากที่เราได้ดมน้ำหอม เป็นกลิ่นที่สร้างความประทับใจและทำให้เราอยากรู้จักกับกลิ่นนี้มากขึ้น กลิ่นจะเจือจางไปได้ง่ายที่สุดและเบาที่สุดในบรรดาโน้ตทั้ง 3 ตัว สามารถส่งกลิ่นได้อยู่ที่ประมาณ 5-15 นาที

กลิ่นทั่วไปของ Top notes จะใช้กลิ่นผลไม้ตระกูลซิตรัส กลิ่นดอกไม้ต่างๆ และกลุ่มสมุนไพร เช่น มะกรูด, โหระพา, ยูคาลิปตัส, อบเชย, คลารี่เสจ, เกรฟฟรุ๊ต, มะนาว, ส้มเขียวหวาน, ผักชี, สเปียร์มิ้นต์, โหระพาและอื่นๆ

Milddle note หรือ Heart note
เป็นเหมือนประตูเชื่อมระหว่าง top note และ base note และยังเป็นหัวใจหลักของน้ำหอม เป็นกลิ่นหลักที่มีความคงทน เสริมให้กลิ่นมีความชัดเจนขึ้น มักมีลักษณะกลิ่นหอม กลมกล่อม และราบเรียบ และสามารถคงอยู่ได้ยาวนานราวๆ 20-60 นาที
กลิ่นทั่วไปของ Middle notes จะใช้กลิ่นตระกูลดอกไม้และผลไม้ต่างๆ เช่น geranium, rose, lemongrass, ylang ylang, lavender, coriander, nutmeg, neroli และ jasmine

Base note
เป็นกลิ่นที่เราจะได้รับและติดอยู่บนผิวเราเป็นกลิ่นสุดท้าย เรียกได้ว่าเป็นกลิ่นที่แท้จริงของน้ำหอมกลิ่นนั้นช้า จะมีคาแรคเตอร์ไปในทางลุ่มลึก และระเหยได้ สามารถติดทนได้นานกว่า 8 ชั่วโมง
กลิ่นทั่วไปของ Middle notes จะใช้กลิ่นตระกูลดอกไม้และผลไม้ต่างๆ เช่น geranium, rose, lemongrass, ylang ylang, lavender, coriander, nutmeg, neroli และ jasmine
สรุปข้อแตกต่างของทั้ง 3 โน้ตนี้
360_F_233133618_8Ke62savoSLJNh2Gy7HwrwTedVNHV3MT-Photoroom.png-Photoroom (1)
ระยะเวลา

ระยะเวลาที่คงอยู่ไม่เท่ากัน โดย Top Note จะคงอยู่ได้น้อยที่สุดเพียง 10-15 นาที และ Base Note จะคงอยู่ได้ยาวนานที่สุดราวๆ 6 ชั่วโมงหรือมากกว่า เพราะระเหยช้ามากๆ

985515
ส่วนผสม

ส่วนผสมที่ใช้จะแตกต่างกันออกไป และมีคาแรคเตอร์ของกลิ่นที่ไม่เหมือนกัน ดังนี้
Top Note มักจะเป็นกลิ่นของสมุนไพรและผลไม้
- Middle Note มักจะเป็นกลิ่นดอกไม้และเครื่องเทศน์
- Base Note มักจะเป็นกลิ่นออกไม้ๆ


เมื่อทำความรู้จักกับโน้ตของน้ำหอมเรียบร้อยแล้ว หลายคนคงเคยสงสัยว่าน้ำหอมที่แบ่งระดับ EDP, EDT, Colonge หรืออื่นๆ คืออะไร คำตอบคือ เป็นระดับความเข้มข้นของน้ำหอม ซึ่งมีด้วยกันถึง 5 ระดับ มีแตกต่างกันที่สัดส่วนความเข้มข้นของออยล์กับแอลกอฮอล์ ซึ่งความเข้มข้นดังกล่าวยังมีผลในเรื่องความติดทนนานของน้ำหอมมากน้อยต่างกันอีกด้วยวันนี้แอดมิน Essentir จะพาทุกคนมาทำความรู้จักกันค่ะ ไปดูกันเลย
3 พฤษภา

ระดับที่ 1 Parfum

เป็นน้ำหอมที่มีความเข้มข้นสูงสุด ซึ่งผสานด้วยหัวน้ำหอมประมาณ 14-40% มีราคาแพงที่สุดเมื่อเทียบกับน้ำหอมประเภทอื่นๆ จึงสามารถทำให้กลิ่นติดผิวได้ประมาณ 12 - 24 ชั่วโมง ไม่จำเป็นจะต้องฉีดเพิ่มในระหว่างวัน เหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวบอบบาง แพ้ง่าย หรือแพ้แอลกอฮอล์ เพราะไม่ทำให้ผิวเกิดการระคายเคือง และมักจะมาในรูปแบบของขวดเล็กๆ นิยมใช้เพียงหยดแต้มเบาๆ

ระดับที่ 2 Eau de Parfum (EDP)

เป็นน้ำหอมที่มีระดับความเข้มข้นเกือบสูงที่สุด ให้กลิ่นหอมติดทนนานประมาณ 5-8 ชั่วโมง ซึ่งผสานด้วยหัวน้ำหอมประมาณ 15-20% เป็นน้ำหอมประเภทที่เป็นที่นิยมที่สุด มีราคาแพงพอสมควร ตั้งแต่หลักพันจนถึงหลักหมื่นเหมาะเป็นน้ำหอมที่ใช้ในชีวิตประจำวัน สามารถใช้ได้ทุกโอกาส ไม่ว่าจะเป็นงานแต่งงาน งานเลี้ยงสังสรรค์ งานปาร์ตี้

ระดับที่ 3 Eau de Toilette (EDT)
ผสานด้วยหัวน้ำหอมประมาณ 5-15% ถือว่าเป็นที่นิยมระดับนึง เพราะราคาค่อนข้างถูก มีให้เลือกหลากหลาย แต่กลิ่นจะอยู่ไม่ได้นานมาก ติดทนได้ถึงประมาณ 2-3 ชั่วโมง เหมาะกับฉีดทำกิจกรรมในช่วงระยะเวลาสั้นๆ เช่น ไปคาเฟ่ หรืองานอีเวนต์ และยังเป็นน้ำหอมที่เหมาะกับหน้าร้อนที่สุดด้วย


ระดับที่ 4 Eau de Cologne (EDC)
เป็นน้ำหอมที่เก่าแก่ที่สุด มีตั้งแต่ในยุคสมัยนโปเลียน ผสานด้วยหัวน้ำหอมประมาณ 2-4% เรามักเรียกว่า "โคโลญจน์" เนื่องจากมีการผสมหัวน้ำหอมในปริมาณน้อย กลิ่นจึงอยู่ได้ประมาณ 2 ชั่วโมง เป็นที่นิยมหมู่มากในผู้ชาย เนื่องจากระดับความเข้มข้นให้กลิ่นที่บางเบา และสดชื่น สามารถใช้ฉีดเติมไปบนผิวตรงๆได้ตลอดวัน


ระดับที่ 5 Eau Fraiche
เป็นระดับน้ำหอมที่เจือจางที่สุด ผสานด้วยหัวน้ำหอมประมาณ 1-3% ทำให้กลิ่นค่อนข้างอ่อนและไม่ค่อยติดทน กลิ่นทนประมาณ 1 ชั่วโมง ดังนั้นจึงไม่ค่อยเป็นที่นิยมนัก เพราะว่าเป็นเหมือนน้ำที่มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ใช้สำหรับใช้ลูบไล้ผิวให้เกิดความสดชื่น


เป็นอย่างไรกันกันบ้างคะทุกคน สำหรับเกร็ดความรู้ในเรื่องของน้ำหอมเล็กๆน้อยๆที่แอดมิน Essentir นำมาฝากกัน หวังว่าจะเป็นประโยชน์ให้หลายๆคนนะคะ ฝากติดตามบทความต่อไปของเรากันด้วยนะคะ