Tel. 097-9537068

Essentir – วิธีเลือกน้ำหอมตามฤดูกาล ไม่ว่าฤดูไหนก็หอมฟุ้งไปทั้งวัน
เทคนิคเล็กๆน้อยๆ ในการเลือกน้ำหอมให้เหมาะสมกับฤดูกาล เพื่อกลิ่นที่หอมหวาน ฟุ้งติดทนทุกฤดู

หลายคนอาจจะมีความรู้สึกว่าน้ำหอมกลิ่นเดิมที่ใช้ทุกวัน แต่ทำไมกลับให้กลิ่นที่ต่างกันไปในแต่ละวัน บางช่วงก็หอมกำลังดี แต่บางเวลาก็กลับฉุนเกินไป อีกสิ่งที่หลายคนมองข้ามคือเรื่องของ อุณหภูมิ ในอากาศและร่างกายของเราที่ทำปฏิกิริยาให้กลิ่นน้ำหอมเปลี่ยนไปในแต่ละช่วงเวลานั่นเอง ดังนั้นการเลือกน้ำหอมให้ตรงกับฤดูกาล จะช่วยดึงกลิ่นหอมที่ดีที่สุดจากน้ำหอมขวดนั้นๆ ออกมาได้ประสิทธิภาพสูงสุด วันนี้แอดมิน Essentir มีคำตอบให้ค่ะ

 ฤดูฝน 

หลังจากที่ผ่านพ้นช่วงที่ร้อนที่สุดอย่างช่วงเดือนเมษายนมาแล้ว ก็ได้เวลาของความชุ่มฉ่ำ สัญญาณบ่งบอกว่าฤดูฝนกำลังมาเยือนแล้ว แม้ว่าบรรยากาศจะเฉอะแฉะ เดินทางลำบากแต่ฤดูฝนก็มีเสน่ห์กลิ่นของต้นไม้ใบไม้และไอดินที่โชยขึ้นหลังฝนตก สร้างบรรยากาศที่เหมาะกับการพักผ่อน และนี่แหล่ะคือเสน่ห์ของฤดูฝนที่ทำให้รู้สึกถึงความโรแมนติก ชวนฝัน

การเลือกกลิ่นน้ำหอมควรเลือกกลิ่นที่มีความหอมที่มากกว่าเดิม คล้ายกับช่วงฤดูหนาว วิธีเลือกง่ายๆ คือเปลี่ยนจากการใช้น้ำหอมแบบ Eau de Toilette (EDT) มาเป็นแบบ Eau de Parfum (EDP) ซึ่งมีความเข้มข้น กลิ่นติดทน และฟุ้งกระจายตัวในอากาศชื้นได้ดีกว่า จึงจะเหมาะกับการใช้ในหน้าฝนมากกว่าชนิดอื่นๆ หากใครมีปัญหากลิ่นอับ กลิ่นเหงื่อ น้ำหอมแบบ Eau de Parfum ก็สามารถจัดการในเรื่องนี้ได้ดีเช่นกัน โดยอาจจะเลือกใช้กลิ่นที่ให้ความรู้สึกถึงความสดชื่น กลิ่นเย็นๆ กลิ่นดอกไม้อ่อนๆ กลิ่นผลไม้ หรือกลิ่นหอมเย็นอย่างมินต์ ที่จะช่วยสู้กับปัญหากลิ่นอับของเสื้อผ้าได้เป็นอย่างดีด้วยค่ะ

 ฤดูหนาว 

หลายคนอาจจะสังเกตได้ว่าน้ำหอมสไตล์ที่ชาวตะวันตกนิยม จะเป็นประเภทกลิ่นเครื่องเทศแรงๆ และมักจะให้กลิ่นที่เซ็กซี่ ละมุนชวนฝัน แต่เมื่อนำมาใช้กับบ้านเรา กลับให้กลิ่นที่แรงและฉุนจนเกินไป นั่นเป็นเพราะน้ำหอมในโทนนี้เหมาะกับอากาศเย็นนั่นเอง

น้ำหอมที่เหมาะกับอากาศหนาว มักจะกลิ่นหอมสไตล์ขนมอบ ผสมผสานกับเครื่องเทศนิดๆ ทั้งซินนามอน พริกไทยสีชมพู หรือ กลิ่นประเภทไม้หอมก็มีความเซ็กซี่ อบอุ่นและมีเสน่ห์อบอวลในอากาศหนาวเย็นได้เช่นกัน

อีกเรื่องสำคัญที่ต้องคำนึงถึงก็คือ ต้องให้กลิ่นที่เราชอบอยู่ที่เบสโน้ตเป็นหลัก เพราะอากาศหนาวเย็นมักทำให้กลิ่นท็อปโน้ต หรือกลิ่นแรกและกลิ่นกลางจางไปก่อนอย่างรวดเร็ว เหลือเพียงเบสโน้ตที่จะอยู่ยาว ส่งกลิ่นหอมเอื่อยๆ อยู่กับเราไปตลอดวัน ซึ่งส่วนมากจะเป็นกลิ่นประเภทวานิลลาและไม้จันทน์หอมที่มีกลิ่นหอมได้ล้ำลึกยาวนาน

ถ้าหากอยากให้น้ำหอมติดทนนานมากขึ้น ควรทาครีมให้ผิวชุ่มชื้นก่อนฉีดน้ำหอมด้วย เพราะความชุ่มชื้นในผิวทำหน้าที่เหมือนกาวที่ช่วยดึงดูดกลิ่นหอมให้ติดอยู่กับผิวได้นานตลอดวัน

 ฤดูร้อน 

11 พฤษภา

ถือเป็นช่วงที่วงการน้ำหอมจะคึกคักที่สุด มักจะมีน้ำหอมแปลกๆใหม่ๆ และกลิ่นที่หลากหลายออกมาตลอดในช่วงซัมเมอร์ เพราะคนไทยเราต้องอยู่กับฤดูนี้แบบยาวนาน แต่ก็ต้องคำนึงถึงเรื่องกลิ่นกายที่ไม่พึงประสงค์ แถมยังทำให้รู้สึกขาดความมั่นใจอีกด้วย


ดังนั้นในช่วงฤดูร้อน อุณหภูมิสูงจะทำ ให้กลิ่นฟุ้งกระจายง่ายและชัดเป็นพิเศษ ส่งผลให้กลิ่นน้ำหอมยิ่งแรงขึ้น

จึงควรเลือกน้ำหอมที่มีกลิ่นบางเบา แต่อยู่ได้ยาวนาน กลิ่นอ่อนๆ แนวหอมสดใส หอมเย็นๆ ให้ได้ฟีลของความเบาสบายเป็นหลัก เพื่อให้เวลาออกไปไหนแล้วไม่ฉุนเกินไป เช่น กลิ่นผลไม้ ทั้งแนวเปรี้ยวสดชื่นอย่างส้ม เลมอน เกรปฟรุต และแนวหวานสดใสอย่างแอปเปิ้ล พีช สตรอว์เบอร์รี่ กลิ่นดอกไม้เขตร้อน หรือกลิ่นไอทะเล

ควรฉีดน้ำหอมพรมไว้ก่อนออกจากบ้านอย่างน้อย 15 นาที รอให้กลิ่นเซ็ตเข้ากับผิวก่อน เพราะว่าน้ำหอมจะระเหยอย่างรวดเร็วเมื่อเจอกับอุณหภูมิสูง ทำให้กลิ่นจางหายไปอย่างรวดเร็วหรือเพี้ยนไปเพราะความร้อนอีกด้วยนะคะ

สำหรับใครที่กลัวว่าน้ำหอมที่ใช้อยู่เป็นประจำในช่วงหน้าฝนนี้จะให้ความฉุนเกินไป แนะนำให้ลองเปลี่ยนมาใช้กลิ่นตามที่ได้แนะนำไปดูนะคะ หวังว่าจะเป็นประโยชน์ให้หลายๆคนนะคะ